darunbhop's profiledarunbhop's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 24 มาบอกขอโทษคุณ space กับมาระบายให้คุณspace ฟังค้าบดีนะค้าบคุณ Space ขอโทษจริงๆ ที่กระผมไม่ได้มาหาคุณนานมากๆ ตอนนี้ผมติดพันอยู่แต่กับคุณ hi5 แม้กระทั่งตอนนี้คุณ hi5 เองก็ไม่ได้รับข้อความใดๆ จากผมสักเท่าไหร่นักเพราะผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลาตอนนี้กำลังเร่งปั่น thesis กะ journal กะ โครงการฯ กะ งบประมาณสกว. เห็นป่ะว่ามันมากและหนักขนาดไหน กระผมเองก็แทบซี้แล้ว ตอนนี้ภาวะตัวบวมมากๆครับเพราะไม่ได้ออกกำลังกายเลย อยากว่ายน้ำ(ตู้มๆ) อยากวิ่ง(พั่บๆ) อยากเล่นบาส(ตุ่บๆ) อยากตีแบต(ฟั่บๆ) อยากไปหมดทุกอย่างตอนนี้คอยดูเดือนหน้าเมื่อไหร่กระผมจะเล่นให้หมดทุ้กอย่างเลยอ่ะ...ตอนนี้ปลื้ม อ.อร เป็นอย่างมากเหมือนแม่คนที่สองเลย เพราะช่วยทุ้กอย่างเท่าที่จะช่วยได้ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน หรือเรื่องส่วนตัว รักมากมายหัวปักหัวปำเลย...ตอนนี้ก็คิดถึงพี่ชายมากมายว่ะ ไม่ได้เจอกันหลายเดือนมากบางทีความรู้สึกหรือการแสดงออกทางการกระทำหลายอย่างอาจทำให้พี่เค้าตกกะใจกับความแปลกๆของพฤติกรรม แต่อยากบอกว่ามันออกมาจากใจจริงๆ เรารักเค้ามากมากเท่าชีวิตก็ว่าได้ แต่ไม่รู้ว่าเค้าจะรู้ป่าววะ ถามว่าทำไมตอนนี้เราถึงไม่มีแฟนสาเหตุเพราะว่าสิ่งแรกคือเรารักแม่เรามากๆ เราไม่อยากทุ่มใจให้ใครมากกว่าแม่ อีกอย่างเราก็รักพี่ชายคนนี้มากๆด้วยเข้าขั้นหวงก็ว่าได้เลย ตอนนี้ใจมันเลยยังไม่อยากเผื่อความรักให้กับใครเท่าไหร่อ่ะ ฟังดูคงแปลกๆ แต่ตูเป็นผู้ชายนะเว้ย ไม่รู้ดิ่ลองคิดดูว่าชีวิตของเด็กน้อยผู้ชายคนนึง เกิดมาไร้เพื่อนไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง เลือกเรียนในสิ่งที่ส่วนมากผู้หญิงเค้าเรียนกันเพื่อนผู้ชายก็เลยไม่ค่อยมี สังคมก็ไม่มีไม่ค่อยอยากทำกิจกรรมอะไรเท่าไหร่มากนัก เมื่อพิณา(ไม่ได้เขียนผิดนะตั้งใจ)ดูแล้วบริบทแวดล้อมรอบข้างมันจึงเป็นคำตอบได้อย่างดีว่าเพราะอะไรคนนี้จึงไร้ซึ่งการคบหาดูใจกับใคร... April 22 What is emotion?ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า "กลัว" "กังวล" "ระแวง" หรือว่าเค้าเรียกว่าอะไร ไอ้ความรู้สึกนี้ แต่รับรู้ได้ว่ามันทรมานเรามากที่สุดเลยตอนนี้...มีเรื่องให้ปวดหัวมากมายหลายเรื่อง เรียน, ทางบ้าน, การงาน ฯลฯ มีใครเคยเป็นแบบนี้บ้างไม๊ อาการที่มันอยากร้องไห้ออกมาเพื่อระบายๆ แต่น้ำตามันกลับไม่ไหลออก ทุกครั้งที่ทุกข์ จะพยายามอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ร้องไห้ออกมาให้มากที่สุดแต่ทุกครั้งก็ไม่เคยร้องไห้ได้สุดๆ ซะทีเพราะพอเริ่มร้องทีไร ภูมิแพ้ก็ขึ้น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก...ขนาดจะระบายยังทำไม่ได้เลย แต่มาตอนนี้อยากจะร้องกลับไม่มีน้ำตาเลยซั๊กกะนิด...
อารมณ์เปลี่ยนเร็วมาก จนบางครั้งก็กลัวตัวเองอยู่เหมือนกันว่าถ้าเกิดเปลี่ยนเร็วขนาดนี้ อาจทำให้ตัวเองเสียคนได้...ตอนนี้คุยกับใคร ก็ทุกข์ไปหมด คุยกับเพื่อนคนไหนพอถูกสะกิดนิดเดียว ซึ่งบางครั้งเพื่อนมันก็พูดเล่นๆ แต่กลับเอามาคิดมากมายจนตัวเองต้องทุกข์จนจะบ้า แล้วก็ได้แต่บอกตัวเองว่า...พอเหอะกับเพื่อนคนนี้เลิกคุยกันสักพักจะได้ไม่เกิดเรื่องมากไปกว่านี้----เพราะอย่างงั้นก็รู้ไว้ด้วยนะว่า บางทีแค่คำหยอก หรือ การแซว ชั้นก็เกิดอาการที่เรียกว่า เลิกคุย เลิกคบ ได้ชั่วระยะ นะครับ...ไว้อารมณ์ปรับได้เมื่อไหร่ก็ค่อยคุยกัน
การกลับบ้าน ถ้าเป็นแต่ก่อนอาจทำให้อารมณ์ดี หรือ เปลี่ยนขึ้นมาบ้าง เพราะคิดว่าบ้านคือที่ที่อบอุ่นมากที่สุด...แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่แล้ว ทุกๆครั้งที่กลับบ้าน ตอนนี้กลับได้แต่เรื่องทุกข์ใจเพิ่มมากขึ้นทุกวันทุกครั้งที่กลับ แม้แต่ห้องของตัวเองก็ไม่มีที่จะอยู่แล้ว พยายามจะไม่รับรู้อะไร ไม่รับรู้ปัญหา บางครั้งก็เหมือนกับเป็นลูกชั่วๆคนนึง พอพ่อหรือแม่พูดอะไรก็จะไม่ฟังแล้วก็เดินหนี บางที คนๆ นึงมันอาจรับอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันไม่ได้ การที่เราเลือกหนีมันก็เป็นหนทางนึงที่จะเลี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้น ... แต่ก่อนเคยหวังว่าจะต้องมีบ้านสักหลังนึง มีห้องที่เป็นห้องส่วนตัวของตัวเองจะทำอะไรก็ได้ในบ้านที่ๆมีพ่อ แม่ พี่ แล้วก็น้อง แต่ตอนนี้หวังแค่ว่า พ่อกับแม่ไม่ต้องมอบมรดกหนี้สินให้ เท่านั้นก็พอแล้ว บางครั้งอยากพูดอะไรออกไปบ้าง แต่ก็กลัวทำให้คนที่บ้านลำบากใจในการตอบคำถาม ก็เลยเลี่ยงโดยการไม่พูดซะจะได้หมดเรื่องพอเรื่องมันอัดๆๆๆๆ เพิ่มขึ้นเรื่องทีนี้มันเหมือนกับขวดน้ำที่ได้รับแรงดันพร้อมที่จะระเบิดทุกเวลา เพียงแต่ตอนนี้ขวดยังสามารถรับแรงดันได้ก็เท่านั้น
ตอนนี้ชั้นมอบความรู้สึกดีๆให้กับใครหลายๆคน เพื่อหวังว่าสักช่วงเวลานึง ชั้นจะได้รับความรู้สึกนั้นๆ กลับมาบ้าง แต่มันก็เปล่าเลย...ชั้นมีความสุขทุกครั้งที่ได้มอบ แต่ชั้นไม่แน่ใจว่าคนรับจะรู้สึกดีรึเปล่า แต่ชั้นก็เห็นพวกเค้ายิ้มกันนะเฟ้ย แต่ทำไมชั้นถึงรู้สึกแต่ว่าชั้นยังไม่ได้รับมันกลับเลยล่ะ...เคยอ่านหนังสือ เคยได้ยินคนพูดว่า ...ให้คิดซะว่าเราได้ให้ก็พอแล้ว สงสัยตาเน็กซ์คงหวังอะไรมากไป---นั่นไง "หวัง" ก็เค้าบอกว่าอยู่ว่า "ให้ต้องไม่หวังผล" แต่ว่าเราเป็นปุถุชนธรรมดาคนหนึ่งนะ ให้อะไรแล้วก็คงต้องมีหวังเล็กๆ หรือว่า ชีวิตนี้เราจะไม่ได้รับมัน คนหลายคนชั้นห่วงเค้าแบบสุดๆ จนตัวเองต้องมานั่งทุกข์อยู่ทุกๆวัน แต่เค้ากลับไม่สนใจอะไรเลย ไปอยู่ในสังคมของเค้าไม่สนใจเรา พอทุกข์ทีก็วิ่งมาหากันทีนึง แต่พอมีความสุขก็ลืม ชั้นเลยกลายเป็นพ่อพระ เป็นที่พึ่งของคนยากไปซะงั้น ... สุดท้ายกลายเป็นคนอมทุกข์ไปซะเอง พยายามบอกตัวเองว่าให้เข็ดกับเรื่องแบบนี้ซะที จะได้ไม่ต้องมานั่งทุกข์แบบนี้ซ้ำๆซากๆ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะทุกๆครั้งที่เห็นกลุ่มคนพวกนี้มาขอความช่วยเหลือ ชั้นกลับดีใจมากมายที่จะช่วย แล้วทุกครั้งก็คิดว่าช่วยได้สำเร็จด้วยนะ...ความหวังสุดท้ายก็คือ---ถ้าชั้นตายมาเผาศพ ชั้นด้วยแล้วกันนะถือซะว่าเป็นการขอร้อง แล้วกันไม่ต้องมาเห็นว่าชั้นดีก็ได้ แค่เห็นว่าชั้นเป็นคนรู้จักคนนึง ที่จะต้องมาเผาผีกันแค่นั้นก็พอใจแล้ว (แต่ชั้นไม่ได้ลาตายนะเฟ้ย เพราะชั้นคงไม่ทำอะไรให้ตัวเองเจ็บหรอกมั้ง)
ตอนนี้ชั้นพยายามหยิบงานส่วนหนึ่งของ thesis มานั่งทำ พยายามติดต่อผู้เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้พัฒนาจะได้จบซะที แต่ทุกครั้งที่หยิบ มันกลับทรมานใจสุดๆ ทำได้กระเตื้องวันละนิดเดียว จะหมดแรงใจแล้วน่ะ ... ชั้นกลัวคนให้ทุนที่จะมาวิพากษ์ตัวงานของชั้น ชั้นกลัวมันจะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ชั้นกลัวการเผชิญหน้าหรือการติดต่อกับใครหลายๆคน สรุปแล้วคือชั้นกลัวทุกอย่าง แล้วกลัวมากด้วย
เคยได้ยินต่างชาติเค้าวิจัยมาว่า คนตะวันตกจะได้รับความอบอุ่นมากว่าชนชาติตะวันออก เพราะคนตะวันตกแสดงความคิดถึง ความห่วงใย ความห่วงหาอาทรด้วยการเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย สัมผัสกับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายอีกคนนึง ...ส่วนคนตะวันออกจะใช้วิธีทางสัญลักษณ์ เช่น การไหว้แบบไทย การเคารพแบบจีน เกาหลี ฯลฯ(ซึ่งไม่ได้สัมผัสร่างกายฝ่ายตรงข้ามเลย) ที่พูดไม่ได้บอกว่าจะให้กอดกันทุกครั้งที่เจอ ไม่ได้บอกว่าจะต้องมากอดชั้นนะที่เจอ เพียงแค่ต้องการบอกว่าการสัมผัสร่างกาย เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับคนๆนึงจะมอบให้อีกฝ่ายหนึ่งเพื่อจะได้รับความอบอุ่นนั้น ซึ่งชั้นคนนึงก็คงต้องการ ---แต่ตลอดชีวิตชั้นเคยกอดคนแค่คนเดียว แล้วชั้นก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ได้รับอย่างจริงใจเมื่อไม่นานมานี้...อาจารย์ที่ชั้นเคารพรักเดินเข้ามากอดชั้นกับเพื่อน ชั้นรู้สึกถึงความอบอุ่นนั้นจนถึงทุกวันนี้ ชั้นรู้สึกว่าชั้นได้รับแต่สิ่งที่ดีๆที่เค้ามอบให้ ไม่เคยสักครั้งที่ชั้นแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือแล้วเค้าจะบอกว่า "ไม่ได้" ชั้นอยากให้คนที่ชั้นรักทุกคนเป็นแบบนี้ ... ชีวิตชั้นคงมีความสุขมากมาย ...คงไม่ต้องถึงกับกอด แค่การจับมือ แตะไหล่ เท่านี้ชั้นก็รู้สึกดีมากมายแล้ว...
เฮ้อ..
บุญรักษาคนอ่านนะ
เน็กซ์น้อยๆ
March 23 ชีวิต ชีวิต ชีวิต เคยคิด เคยคิด บ้างไหม เกิดมา เกิดมา ทำไม หรือเพื่อ อยู่ไปวันวันเขาเริ่มเหนื่อยกับการทำ thesis แล้วนะ ปัญญาที่จะแก้ปัญหาแทบจะหมดแล้ว หลักสูตรก็เปลี่ยน เนื้อหาก็เปลี่ยน วันนี้เลยนั่งวิเคราะห์แบบสอบถามไปก่อนไม่สนใจมันไปก่อนอ่ะ ปัญหาของพรุ่งนี้ไว้แก้พรุ่งนี้แล้วกันนะ วันนี้ขออยู่ตรงนี้ อยู่อย่างมีความสุขดีกว่านะๆ ตอนเย็นพี่โทรตอบกลับมาว่าวันนี้พี่จะไปวิ่งแต่ไปวิ่งกะที่บ้านพี่นะ ก็โอเช เพราะว่าวันนี้เราก็ต้องไปถ่ายรูปวัดหลวงพ่อทั้งตอนเย็นและก็ตอนกลางคืนทำโปรเจคนิดหน่อยอะ...พอตอนเย็นวิ่งอยู่รอบนอกพี่ก็โทรมาถามว่าอยู่ไหน ผมก็บอกว่าวิ่งข้างนอกแต่กำลังจะวิ่งไปหาพี่แล้ว พอเข้าไปพี่ก็กลับบ้านแล้ว ก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะว่าผมง่ะเดินเรื่อยๆ ไงก็ได้ ปรากฎว่าพี่โทรมาอีกครั้ง บอกว่าพี่กลับบ้านแล้ว..แล้วพี่ก็ถามถึงสาวน้อยเสื้อเขียวที่นั่งอยู่ ผมเลยบอกพี่ว่าผมเห็น แหม่ๆ...เริ่มหม้อ จนสุดท้ายพี่ยอมที่จะโดดไม่กินข้าวกับที่บ้านแล้วมากินข้าวกับผมเพราะสาวน้อยเสื้อเขียว อ่าแถม เฮีย มีลำเลิกบุญคุณ บอกว่า "เนี่ย! พี่ยอมมาก็เพราะเน็กซ์นะเนี่ย" ดูมันๆ ....แต่สุดท้ายก็แห้วเพราะสาวเค้ามีเจ้าแล้ว ก๊ากกกกกก...เสร็จแล้วผมก็ไปถ่ายวัดหลวงพ่อตอนค่ำนิดหน่อย จากนั้นก็ไปกินข้าวกัน ไปซื้อน้ำเจอน้องปุณด้วยง่ะวันนี้ ..พี่บอกว่า ได้งานแล้วนะ ,จะไปทำต้นเดือนหน้า เราก็ดีใจด้วยที่เฮียได้งานแล้ว สนับสนุนเต็มที่ พี่บอกว่าตัดสินใจไม่รู้ว่าถูกไม๊ แต่ผมว่ามันถูกแล้วแหละ เพราะว่าเกิดมาชีวิตนึงทำทุกอย่าง ลองให้มันหมดทุกอย่างน่ะดีแล้วนะผมว่า..แล้วผมก็ยิ่งดีใจที่พี่บอกว่าจะมาอยู่ด้วย ถ้ามาจริงก็ดีเพราะผมจะได้มีเพื่อนด้วย อีกอย่างผมอยู่คนเดียวกับมีพี่เพิ่มมาอีก 1 คน ค่าเช่าค่าน้ำค่าไฟ คงไม่แพงมากขึ้นหรอก เพราะปกติอยู่คนเดียวราคาก็สูงอยู่แล้ว ถ้าพี่มาอยู่ด้วยก็อยู่ฟรีอยู่แล้วไม่ต้องเสียอะไรง่ะ...แต่ทางที่จะไปที่ทำงานพี่ก็ไกลพอตัวเหมือนกัน พี่ก็เลือกให้ดีแล้วกันนะ แต่สำหรับผม บอกได้คำเดียวว่า "อยากให้มาอยู่ด้วยกัน" นะๆ
บุญรักษา
เน็กซ์น้อยๆ March 16 สับสน งง กับตัวเองจังตอนนี้เน็กซ์น้อยๆเริ่มงงกับการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องเกิดขึ้น เริ่มงงกับชีวิตตัวเองว่ามันดีหรือไม่...ไม่รู้เหมือนกันเหมือนตอนนี้ในใจมันสับสนและหาทางออกไม่ได้
1. มีคนๆ นึง ทำให้เราเจ็บ แต่ไม่รู้ว่าเน็กซ์จะเป็นแบบพี่นิดหรือเปล่า คือคิดไปเอง เดา คาด เอาเองทั้งนั้น ถ้าอยู่เฉยๆไม่กังวลกับมันเรื่องก็จะอยู่ที่ 0 ไม่ติดลบ ไม่เพิ่ม คืออยู่เฉยๆง่ะ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งตอนมัธยม ตอนป.ตรี หรือแม้กระทั่งเข้า ป.โท แรกๆ เคยคิดว่าเค้าคงไม่สนใจ คงไม่เห็นเราในสายตา เคยคิดขนาดว่าจะไม่ให้อภัยเค้า จะไม่คุยกับเค้า แต่ทุกครั้งที่เจอ ทุกครั้งที่เขาขอความช่วยเหลือเรากลับยิ้มและรู้สึกว่าเรามีความสุขที่สุด และอยากหยุดเวลานั้นไว้ พอได้เจอก็กลับเครียดกลัวว่าเวลาจะเดินเร็ว...ขนาดเคยเข้าค่ายด้วยกันนอนด้วยกัน(แต่คนละห้องนะแค่กำแพงกั้น แต่อาจมีห้องเดียวกันแต่นอนกันหลายคนไง) แต่ก็กลับกังวลกลัวว่าเวลาจะหมดไปเร็ว มาถึงตอนนี้ความรู้สึกมันยังวนเวียนอยู่เลย ...นี่แหละจะทำไงดี
2. มีคนๆ นึง ทำให้เราเจ็บ แต่เราก็ต้องมั่นใจและเชื่อใจเค้าเพราะเค้าเป็นพระเจ้าสำหรับเรา บางทีเราว่าเค้าทำอะไรช้ามากจนเราเครียดไปเอง แต่สุดท้ายเค้าก็ช่วยเราได้ทุกครั้ง แม้จะเหตุการณ์น่ากลัว ก็สามารถผ่านไปได้เพราะเค้า...นี่แหละจะทำไงดี
อย่างหัว space น่ะแหละ
บุญรักษา
เน็กซ์น้อยๆ March 01 ยังไงน้องก็อยู่ข้างพี่นะ...วันนี้หลังจากที่ผจญกับผู้ใหญ่ที่ไม่เป็นคอมฯจนสอบไปแล้ว กลับมาก็ไปวิ่ง(หลังจากไม่ได้วิ่งมาร่วมครึ่งปี)กับพี่ชาย คลายเครียดค้าบพี่น้องค้าบ แต่วันนี้วิ่งได้สี่รอบก็เกือบตายแล้วอ่ะ...วิ่งไปคุยไปเหนื่อยบรรลัยเลยพี่น้องค้าบ แต่ไม่เป็นไรถือว่าวันนี้คุ้มครับผม ตอนนี้เน็กซ์เองก็เบื่อกับงาน เบื่อกับคน ไม่รู้อารมณ์นี้เมื่อไหร่จะหายนะ วันก่อนเซ็งกับพฤติกรรมของคนกลับหอมาถึงกับคอตกคุยเอ็มกะพี่สาวสองคน เอาซะต่อมแตกเลยค้าบเล่นปลอบใจกันได้ซึ้งจัด... ส่วนวันนี้หลังจากเหนื่อยจากการสอนก็กลับมาบ้านเจอแม่เข้าไปทำอารมณ์ขึ้นเลย (ตอนนี้เน็กซ์น้อยๆกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการโกรธให้ลดน้อยลง กำลังพยายามการโกรธคนให้น้อยลง แต่เหมือนกลับยิ่งมีปัจจัยมาเพิ่มอุณหภูมิให้เพิ่มขึ้นถี่ๆและปริมาณเยอะด้วย) ไปวิ่งกับพี่ชาย ได้คุยอะไรกันบ้างหลังจากไม่เจอกันนาน แต่เหมือนจะคุยแต่เรื่องพี่เค้ามากกว่า พี่คงเหนื่อยคงล้าเพราะงานมันหนักจริงๆ ไม่ว่าจะอะไร พี่จะคิดทำไร ไงผมก็อยู่ข้างพี่ตลอดแหละว่ะ คนรอบข้างอาจจะดูพี่ว่าพี่ทำผิดแต่สำหรับผมมันคือสิ่งที่ถูกและสิ่งที่ดีด้วย ผมยังยืนยันคำเดิม เคยคุยเคยบอกพี่ว่ายังงัยตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นแหละ ไม่เปลี่ยนว่ะ...ถ้าจะมีเปลี่ยนก็คงนิสัยหรือสันดานที่มันดูโตขึ้นจากการสั่งสมของสังคมฯ แต่น้องคนนี้ยังเป็นเด็กอยู่นะถ้าอยู่กับเฮีย หรืออยู่กะพี่สาว ยังไม่โตเท่าพี่ ตอนเด็กเคยได้ยินแต่ผู้ใหญ่บอกว่าเรื่องของผู้ใหญ่เด็กไม่เกี่ยว ชีวิตของเน็กซ์เลยสบายตรงที่ไม่ต้องจัดการเรื่องอะไรมากนักเพราะให้ผู้ใหญ่รอบข้างจัดการไป เราก็คอยเดินตามเค้าก็เท่านั้น...แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องจัดการชีวิตตัวเอง บางทีเน็กซ์ก็หาทางออกไม่ได้เหมือนกันแต่ทุกครั้งก็พยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่ามีพี่สาวจากม.บู สองคน แล้วก็มีเฮียน่ะแหละที่จะไม่ซ้ำถ้าผมล่วง....ขอแค่ได้คิดเท่านี้ก็พอใจแล้วนะ...
ผมรักและเคารพเฮียนะเฟ้ย(มากด้วย)
บุญรักษาเฮียนะ
เน็กซ์น้อยๆ February 23 สุดปลายสะพาน.... "ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมต่างสูญเสียคนที่ตนรักด้วยกันทั้งนั้น ทันทีที่เปลือกตาของคนที่เรารักที่สุดปิดลงเป็นครั้งสุดท้าย สิ่งที่เหลือไว้จะมีเพียงความเจ็บปวดที่ทุกข์ทรมานยิ่งกว่าความตาย...
เรื่องบางเรื่องแม้เราจะพยายามเพียงใดที่จะตัดใจ แต่ทุกเช้าตอนเราตื่น ทุกคืนตอนใกล้หลับ ภาพเก่าๆรวมถึงคำพูดของคนรักจะวนเวียนอยู่รอบตัวเสมอ บางคนอาจเลือกทางที่จะลืมทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่สามารถทำได้และเมื่อประจักษ์ผ่านข้อนี้ หลายคน ทั้งคุณกาญจนา ภูริวัฒน์ หรือแม้แต่ผม ต่างเลือกที่จะข้ามสะพานก่อนกำหนด เพื่อทิ้งความเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง"
ข้อความด้านบนนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ เรากำลังรอสอนคนที่มาเรียน เตะตาเข้ากับหนังสือเล่มนึงซึ่งวางเก็บอยู่ใกล้กับแผ่นซีดี ด้วยDesign หน้าปกสวยถูกใจ เป็นหนังสือขนาดเหมาะมือกระทัดรัดหน้าปกสีเขียว เป็นรูปสะพานสีขาวบนท้องน้ำในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เป็นรูปวาดไม่ใช่รูปถ่าย หยิบขึ้นมาอ่านสักสองหน้าก็ยังเรียบๆ ไม่ได้ชวนให้อ่านอะไรมากนัก พอดีกับถึงเวลาที่ต้องไปสอนแล้วจึงวางลงบนโต๊ะพ่อ(ผอ.ไง) แล้วก็รีบออกไปสอน พอช่วงพักกลางวันหยิบขึ้นมาดูและวางลงไปใหม่เพราะไม่ได้สนใจอะไรกับเนื้อหามากนัก ... แล้วหนังสือเล่มนั้นก็หายไป คิดในใจว่าน่าเสียดายจังน่าจะได้อ่าน...แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายนักเพราะด้วยสันดานที่เป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว ปีนึงเฉลี่ยแล้วเราจะอ่านหนังสือไม่ถึงหนึ่งเล่ม(เป็นสถิติที่น่าตกใจ)ด้วยความรู้ที่ตอนนี้มีอยู่ล้วนแล้วแต่เกิดจากการถ่ายทอดจากคนสู่คนไม่ใช่จากหนังสือสู่คน
สองอาทิตย์ต่อมา หนังสือเล่มนี้ถูกวางไว้บนกองหนังสือหน้าโต๊ะพ่อ เราก็หยิบมันขึ้นมาอ่านอีกครั้งขณะรอนักเรียนเข้ามาเรียน อ่านได้หนึ่งบท เรารีบเก็บหนังสือนี้ลงกระเป๋าโดยไม่ให้พ่อหรือคนในห้องสมุดรู้ (แถวบ้านเรียกว่า ขโมย) แล้วก็จริงไม่มีใครรู้ ... สอนเด็กเสร็จสี่โมงเรานั่งสองแถวกลับ ตลอดระยะเวลาสี่สิบห้านาทีที่นั่งบนสองแถว อ่านหนังสือเล่มนี้ไปได้ครึ่งเล่ม จึงได้ถึงบางอ้อว่า "เห้ย..นี่มันหนังสือเกย์นี่หว่า" แต่ไหนๆอ่านแล้ว กลับมาถึงบ้านอ่านต่อ และวันอาทิตย์ก็อ่านจนเกือบจบ ต่อด้วยวันจันทร์อ่านจบ....
ด้วยอะไรไม่รู้ทำไมถึงได้อ่านอย่างเป็นบ้าเป็นหลังอย่างนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่คนเขียนบทละคร(ซึ่งก็คือตัวพระเอก)เขียนไว้ พอทเรื่อง การซ้อนเหตุการณ์เข้าไปในเหตุการณ์อีกทีนึง มันเป็นการเขียนบทที่เรียกได้ว่าชั้นเซียนเลย ไม่น่าเชื่อว่าคนแต่งจะแต่งเป็นเรื่องแรก การบรรยายถึงธรรมชาติทำให้เรามองเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันเป็นอะไรที่ลงตัวมาก หนังสือเล่มนี้ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องเพศ ไม่ได้เน้นย้ำที่การมีเพศสัมพันธ์ ไม่ได้เน้นย้ำว่าผู้ชายเป็นอย่างไร ไม่ได้เน้นย้ำว่าผู้หญิงเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่กล่าวคือคนๆนึงเกิดมาชีวิตนึงและสิ่งที่ต้องการคือต้องการมีใครสักคนซึ่งไม่สนใจว่าต้องเป็นเพศไหน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไม่จำเป็นต้องเป็นคนรัก เป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยกัน ไม่ต้องเอาใจกันแต่เข้าใจกัน ไม่ตามใจกันแต่หวังดีต่อกัน รู้ทันทีเมื่อเห็นหน้าว่าเป็นอะไร ทุกข์สุขเรื่องอะไร... คนที่สามารถอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ต้องกังวล ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นความลับระหว่างคนสองคน ไม่หักหลังกัน ไม่ทับเมื่อเพื่อนล้ม และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้เกียรติในการตัดสินใจและความคิดซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของตัวเหตุและผล รวมถึงการให้เกียรติในการตัดสินใจและการยอมรับการตัดสินใจนั้นๆ พร้อมกับปรับตัวให้ยอมรับมันได้...คนสองคนให้กันได้ทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตที่มี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรากำลังหาอยู่ ใครสักคนที่เรารู้สึกดี ชอบและมั่นใจในขณะที่เค้าก็ชอบและมั่นใจในตัวเราเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ยังหาไม่เจอ
ไปหาอ่านกันซะนะ แล้วจะรู้ซึ้งถึงคำว่า "รักไม่มีขอบเขต" อ่อๆแล้วรู้ศัพท์ทางแพทย์อีกมากมายเลย อ่านเสร็จแล้วจะรู้ถึงสิ่งที่เราต้องการ
บุญรักษา
เน็กซ์น้อยๆ
ปล.กรุณาอย่า comment ข้อบทความนี้ในทางลบ กรุณาอย่าใช้ความสนิทมาจิกกัด... กรุณาใช้จิตใจที่ใสสะอาดในการ comment เราเชื่อว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนที่อยากโดนข้อกล่าวหาว่าผิดปกติทางเพศ หรือไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะยอมรับการกล่าวหาว่าสำส่อนเอาไม่เลือกหน้า...แม้จะสนิทกับเรามากแค่ไหนแต่ลึกๆ คงไม่มีใครชอบ ขอร้องนะครับ
February 09 ไม่ได้มาหาซะนานนนนนนนนนนนนนนนนนนน เรื่องแรกอยากถามความคิดเห็นเพื่อนๆก่อนว่า เราจะไปตัดสกินเฮดอีกแล้วนะ เบื่อผมทรงนี้เต็มทีแล้วอ่ะ ยาวทีไรหัวล้านทุ้กทีดิวะ เซงงงงงง เห็นกันว่าไงอ่ะถ้าเราจะตัดทรงสกินเฮดอีกอ่ะ ร้อนด้วยอ่ะตอนนี้ ความจริงอยากไว้ยาวนะแต่มีแต่คนบอกว่าไว้ยาวแล้วแม่งโทรม
space อย่าเพิ่งงอนนะเฟ้ย ไม่ได้หนีไปไหนแต่ว่าไม่มีเวลาอ่ะ อีกอย่างการดีไซต์ยากเกิ๊นกว่าจะเข้าได้อ่ะนะหลัก ID ว่างั๊นอ่ะ คริๆ ตอนนี้เพิ่งจะหายเหนื่อยจากการจัดโครงการ ลุยเหนื่อยเลย บอกตามตรงว่าถ้างานนี้ไม่มี อ.อร ไม่มีอู้ดดี้ เราคงล้มไม่เป็นท่าแล้วอ่ะ ขอบคุณที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกว่าตัวฉันมีกำลังสู้ต่อไปนะคร้าบพี่น้องค้าบ และที่สำคัญต้องขอบคุณผู้เข้าร่วมอบรม ตอนนี้กำลังพยายามตัดต่อวีดิโอ อัพรูป อัพไฟล์ต่างๆให้เสร็จตามสัญญานะคร้าบบบบ ตอนนี้ก็เหลืองานต่อไปที่ต้องส่งแบบสอบถามให้กับครูนักเรียน 400 กว่าโรง..... ตายไม่ตายให้รู้ไป
หลังจากจันทร์อังคาร 21-22 ม.ค. ก็เป็น 23 ต้องตัดใจไปงานโสต-เทคโนฯ สัมพันธ์ที่ มณ. ก็ไปกันเย็นวันพุธ ไปถึงก็ห้าทุ่มหกทุ่มแล้วอ่ะ ไปถึงก็มีเรื่องอะไรบางอย่างนิดหน่อยมาติดตึ๊บในใจ เพราะอยู่ๆก็ได้รับการต่อว่าโดยไม่ได้ตั้งตัวมาก่อนทั้งๆที่ตัวเราไม่ผิดง่ะ ช่างมันเหอะ ...คนเราไม่ว่าจะมีอารมณ์ดีสักแค่ไหน หากโดนด่าโดยที่เราไม่ได้ผิดก็คงไม่ดีแน่ๆง่ะ... พยายามทำใจอยู่นาน จนวันต่อมาได้ไปเที่ยวสุโขทัยและวัดไรไม่รู้ที่พิษณุโลก สนุกๆดีเหนื่อยพอตัวอ่ะ...วันสุดท้ายก็เข้าร่วมแป๊บนึง (อ่อๆยังไม่ได้ส่งรูปให้พี่ปอเลยอ่ะ รอนิดนะคับพี่...เน็กซ์ไม่ได้ลืมแต่ไม่มีเวลาเดี๋ยวจะส่งให้ กลัวเดี๋ยวหาว่าไม่ส่งเลยไม่เป็น ผู้เชี่ยวชาญให้ซวยเลย)
ฮึดสู้ต่อไปละกันนะ
บุญรักษา...ก็พอตัว
เน็กซ์น้อย
ปล. ประโยค ก็พอตัว ตอนนี้ใช้พร่ำเพื่อบ่อยมากๆ 555
January 03 โง่หรือฉลาดเค้า VS เรา
เค้า เป็นขวัญใจของเพื่อนร่วมรุ่น แต่ เราแอบมีเค้าอยู่ในใจ
เค้า ขยะแขยงเราเมื่อเข้าใกล้ แต่ เรารู้สึกอบอุ่นและดีทุกครั้งที่เข้าใกล้
เค้า ไม่เคยคิดถึงเรา แต่ เราคิดถึงเค้าทุกเวลา
เค้า คิดกับเราเป็นแค่เรื่องเล่นๆ แต่ เราคิดกับเค้าเป็นเรื่องจริงจัง
เค้า ไม่มีเวลาให้เราแม้แต่วินาทีเดียว แต่ เรามอบเวลาให้เค้าทุกวินาที
เค้า ไม่เคยช่วยเหลืออะไรเราเลยอย่างจริงจัง แต่ เราช่วยเค้าทุกครั้งแม้ว่าเราจะยุ่งแบบไม่มีเวลาหายใจ
เค้า ไม่เคยให้อะไรเลย แต่ เราให้ของที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต
เค้า ไม่เคยเปลี่ยนตัวเองเพื่อเรา แต่ เราเปลี่ยนตัวเองเพื่อเค้า
เค้า คิดกับเราแค่พี่น้องร่วมโลก แต่ เราคิดกับเค้าคือเจ้าชีวิต
เค้า แค่โทรมาเรากระวนกระวายรับ แต่ เราแค่โทรไปเค้ามีน้ำเสียงหน่ายเหนื่อยและรำคาญ
เค้า เคยผิดนัดเรา แต่ เราไม่เคยผิดนัดเค้า
เค้า ไม่เคยสำนึกผิดเมื่อทำผิดกับเรา แต่ เรากลับบอกเค้าว่าขอโทษทุกครั้งที่เราทำผิด
เค้า มีคนรักแล้ว แต่ เราไม่มีคนรัก
เค้า คอยใครบางคน แต่ เราคอยเค้า
เค้า ไม่เคยรักเรา แต่ เรารักเค้าหมดใจ
สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้รู้ว่า ได้เวลาแล้วที่ต้องปลดความรู้สึกนี้ออกจากใจ เคยครั้งหนึ่งว่าจะปลด แต่เค้ากลับทักทายเราเหมือนคนรู้จัก(แค่คนรู้จักพอ) มาจนกระทั่งถึงตอนนี้ เค้าทำให้เจ็บหลายครั้ง นอนด้วยความกังวลเกือบปีกว่าจะหาย ทุกวันนี้มีลมหายใจยืนอยู่ได้เพราะคิดตลอดว่ามี "เค้า" ยืนอยู่ข้างๆ มาตอนนี้กลับรู้แล้วว่า "ไม่ใช่" เรายืนอยู่คนเดียว ตอนนี้ถ้าล้มก็คงตกเหวแล้ว ไม่ใช่ตกหลุม เพราะตกหลุมยังมีคนมาฝังกลบให้ แต่ตกเหวคือไร้ดินฝังกลบ เป็นได้แค่อาหารของสัตว์ป่าเท่านั้น ทุกวันนี้มีลมหายใจเพื่อหวังเพียงว่า งานรับปริญญาซึ่งเป็นวันสูงค่าที่สุดในชีวิต จะมี "เค้า" มาอยู่ข้างๆหรือแค่โทรหาก็ยังดี ตอนนี้กลับรู้ว่า เป็นแค่ความหวังที่เป็นไปไม่ได้เลย...พอจบ
เน็กซ์
January 01 happy new yearอาทิตย์นี้ถือว่าหฤโหดพอควรเพราะใช้กำลังไปกับงานไอ้เปิ้ลเยอะมากๆ ข้ามเขาเป็นลูกๆเดินจนขาปั่นแต่ก็ชอบและสนุกดีได้ถ่ายรูปจนหายอยาก
ปีใหม่ปีนี้ได้ไปกินข้าว(ต้ม)กะจารย์นวลด้วยเพราะต้องไปซ่อมคอมฯให้แก่ ซ่อมเสร็จอาจารย์ก็พาไปกินข้าวต้มอ่ะ...
ปีใหม่ปีนี้ได้คุยกะพี่ชายผ่านเอ็มส่งท้ายปีเก่าด้วย ดีๆ เป็นความรู้สึกดีๆที่ได้คุยกะคนที่เรารู้สึกดีด้วย...
ปีใหม่ปีนี้ได้คุยกะน้องสาวผ่านเอ็ม ดีๆรู้สึกดีที่มีน้องสาวคอยนึกถึง...
ปีใหม่ปีนี้ได้เคลียร์เรื่องทุกข์ใจออกไปหมด...
ปีใหม่ปีนี้เป็นปีที่เน็กซ์น้อยๆมีความสุขจริงๆ
บุญรักษา
เน็กซ์น้อยๆ December 18 เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกสนุกสนานมากมายอาทิตย์ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ไม่มีเวลาหายใจเลย เสาร์อาทิตย์สอน จันทร์ไปหาจารย์ทำงานเลิกสองทุ่มครึ่ง หอบงานกลับมาทำที่ห้อง ต้องส่งอีเมลล์ให้อาจารย์ก่อนตีสี่(เพราะอาจารย์ต้องไปสัมมนาต่างจังหวัด) กรรม...ทั้งอาจารย์ทั้งนิสิต กรรมจริงๆ
มะวานได้นั่งรถไฟมากับพี่เบิ้ลด้วย ดีๆมีเพื่อนคุยมาตลอดทางเลยชอบๆ พี่คุยเจ๋งดี และตอนนี้ก็ติดนิยายออนไลน์อย่างชนิดที่ว่างอมแงมเลย แม้จะไม่มีเวลาแต่ก็พยายามอ่านอ่ะ ชอบมากๆว่ะ
บุญรักษา
เน็กซ์น้อยๆ December 07 ยิ่งเรียนยิ่งโง่ ยิ่งเรียนยิ่งจน...วันนี้เน็กซ์น้อยๆ จับเงินสดๆตั้งเก้าพัน แล้วไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็หายไป ... แว้บบบบ ไปจ่ายเค่าเหล้า ไม่ใช่ดิ ค่าเล่าเรียน เห้อ ตังค์หมดเกลี้ยงตั้งแต่ยังไม่ครึ่งเดือน ลงทุนที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้คืน นอกจากตังค์หมดแล้วเวลาก็หมดตามไปด้วย ตั้งแต่11ธ.ค. เป็นต้นไปตั้งแต่เวลา 6โมงเย็น-3ทุ่มครึ่ง ต้องนั่งหน้าคอมฯเรียน เรียน แล้วก็เรียน ไม่รู้จะไปได้สักกี่น้ำ แต่ไม่ต้องกลัวนะจะทนจนทนไม่ได้ อีกอย่างก็ไปเรียนที่พารากอน อิๆสาวๆเพียบ ให้มันกระชุ่มกระชวยดีกว่าว่ะ สองเดือนแป๊บๆเดี๋ยวก็ผ่านไปแล้วนะ...ขอกำลังใจด้วยนะคับพี่
มะคืนก่อนเน็กซ์ฝันถึงเพื่อนคนนึงไม่เจอกันนานมากแล้ว ก็งงกะตัวเองว่าทำไมฝันถึงมันได้ เรากะมันไม่ได้สนิทกันมากมายอะไรมากนัก เรียนก็อยู่คนละกลุ่ม จบออกมาต่างคนต่างอยู่ เจอกันไม่กี่ครั้งแต่ว่าสนิทกันได้ไงก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน ไม่ได้ปรึกษาเรื่องอะไรบ่อยมากนัก แต่แค่เจอหน้ามันก็รู้สึกสบายใจว่ะ ด้วยความเป็นกันเองที่มันมีให้ก็ทำให้รู้สึกดีแล้วก็อุ่นใจที่มีมันเป็นเพื่อน รับปริญญาถ้าไม่มีมันชีวิตคงเฉาแน่ๆ เห้อ
บุญรักษา
เน็กซ์น้อยๆ December 02 เข้มแข็งคนที่ถูกสังคมสั่งสอนให้เข้มแข็ง อยู่คนเดียวโดยไม่ต้องพึ่งใคร...บางทีเหนื่อยๆ นอนพักสักแป๊บเดี๋ยวคงหาย เมื่อวานไปงานรับปริญญาน้องๆพี่ๆมา เหนื่อยมากๆ ยินดีด้วยกับความสำเร็จของน้องๆพี่ๆเพื่อนๆ ทุกคนนะ ... อ่อเมื่อวานกลับพร้อมน้องรถไฟด้วย(เด็กเบญจมฯ)แต่ไม่รู้ชื่ออะไรไม่เคยคุยกัน เดี๋ยววันนี้คงเจอกันอีกเนอะ November 28 soulmateสงสัยคำนี้มานานและจาก spred น้องสาวสุดสวยนามว่าน้องแพร กอปกัปช่วงนี้เดินไปไหนมาไหนมีคนถามมากมายว่ามีแฟนหรือยัง ...จะถามกุทำไมน้ากห๊า....ถามกี่ครั้งก็บอกเหมือนกันทุกครั้งว่า "ยัง" ที่ยังไม่ใช่เพราะไม่อยากแต่เพราะกรูจน 555 อีกอย่างแค่ตัวคนเดียวเอาไม่รอดแล้ววันๆ จะเอามาให้เป็นปัญหาหรือไงเนี่ย ห๊า....
ประเด็นต่อมานั่งถกกับเจ๊เสิร์ช(ยายผมชื่อ "ประเสริฐทรง" 555) เจ๊บอกว่า บางคนเค้าหาแฟนรวยๆจะได้สบาย เลยเถียง(เพราะทำเป็นประจำ เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งว่าจะทำให้ยายกระชุ่มกระชวยเมื่อได้ด่าหลาน)ยายไปว่า "เน็กซ์ไม่ได้เป็นง่อยนะยาย" ยายนั่งหัวเราะใหญ่เลย เดี๋ยวนี้ประเภทตอบคำถามใคร ต้องให้เค้าคิดก่อน ถ้าคิดไม่ได้ก็ช่างเหอะ อิๆ ก็เรามันเด็ก ป.โท แล้วนิ เนอะ November 21 ถือว่าสำเร็จละกันนะเน็กซ์น้อยๆจำได้ว่าว่ายน้ำครั้งสุดท้ายตอนปีสี่เทอมหนึ่งคงประมาณเดือน ก.ย.ปี48 อ่ะนะ แล้วก็ไม่ได้ว่ายอีกเลย จนมาวันนี้ ตื่นเช้ามาอาการขี้เกียจเริ่มเกิดขึ้น แต่ว่าด้วยความกังวลว่าจะไม่ได้ใช้กางเกงว่ายน้ำตัวใหม่ที่ซื้อมากว่าครึ่งปี แว่นก็เกือบเปื่อยยุ่ย เลยต้องไปกะว่าจะว่ายตอนบ่ายๆเพราะหนาวเหลือเกินวันนี้อ่ะ...อ่านExcel จนท่องจำสูตรขึ้นใจหมดแล้วที่จะเอาไปสอนผู้ใหญ่น่ะนะแถมได้สูตรใหม่ๆมาด้วย อิๆ...แล้วก็นั่งอ่าน PHP พยายามทำความเข้าใจกับโปรแกรมนี่ก็งงพอตัวแต่ว่าก็จะพยายม เอ้ย พยายามและกันนะ บ่ายครึ่งเดินไปที่สระ กะว่าถ้าคนเยอะไม่ว่าย ถ้าเจ้าหน้าที่สระพูดไม่ดี ไม่ว่าย แต่พลิ๊กล๊อกไม่มีใครอยู่สระเลย เจ้าหน้าที่ก็พูดจาดีเกินคาด เลยได้ว่ายน้ำสมใจ(เกือบสองโล ได้มั้ง) เหนื่อยอิ๊บ 555 ....ดีใจมากเลยที่ชนะใจตัวเองได้ แล้วก็ได้ว่ายน้ำสมใจกุแล้ววววว...ตอนนี้ปวดไหล่มากมาย นิ้วเท้าด้วย งงเหมือนกันทำไมมันไปปวดตรงข้อนิ้วเท้าได้ งง.
บุญรักษา
เน็กซ์น้อยๆ November 19 อย่าให้มีอีกครั้งนะ....เพราะมันจะขาดจากความเป็นเพื่อนไม่นานมานี้ที่เคยไม่สบายใจที่ได้ทะเลาะกะเพื่อน...
ถามบาสว่า "เราไม่สบายใจควรทำไง"
ครั้งนั้นพี่บาสมันตอบเราว่า "แคร์เพื่อนคนนั้นไม๊"
เรานั่งคิดพักนึงแล้วตอบว่า "ไม่"
พี่บาสบอกว่า "ถ้างั้นไม่ต้องคิด...จบ"
ความคิดของทหารแม้มันจะดูหยาบๆแต่เป็นการตัดสินปัญหาที่ทำให้เหมือนกับแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่าที่มีได้ดี แล้วตอนนี้เราก็คงคิดอย่างงี้อีกเหมือนกัน
ไม่ต้องถามว่าไปทะเลาะกับใคร...แค่อยากบอกว่า ตัวเราไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อง้อใคร ไม่ได้สร้างขึ้นมาให้ขอโทษใคร เพราะทุกอย่างที่ตัดสินใจทำไปไม่มีคำว่าผิด อะไรที่คิดว่าผิด ดรัณภพ ไม่ทำ ทุกอย่างที่ทำไปคือ "ความถูกต้อง" ไม่ต้องมาให้กุสำนึกด้วยนะ ไม่มีทาง
ขอบคุณพี่บาสที่เตือนสตินะ
เน็กซ์น้อยๆ
ปล.วันนี้นี่คือเรื่องดีๆอีกเรื่องนึงจากเพื่อนคนนึงที่เราไม่เคยคิดว่าสนิทแต่กลับเป็นคนที่ให้คำปรึกษาเตือนสติได้ดีที่สุดคนนึงเลย November 14 เรื่องดีๆกับความหวังดีๆเมื่อคืนฝันดีมาก เชื่อว่าใครหลายคนถ้าได้ฝัน(แค่ฝัน)ก็คงพอแล้ว...ฝันถึงสิ่งสูงค่าที่ต้องการ ที่สำคัญคือเพื่อนๆป.โททุกคนก็ได้อยู่ด้วย ฝันว่าได้รับปากกา(ไม่แน่ใจว่าใช่ไม๊จำไม่ได้) โดยตรงเลยแหละ...พอตื่นเช้ามามี misscall มาสามสาย "อ.อร2" 2 สาย "เปิ้ลจุฬา" 1 สาย โทรมาบอกว่าวันนี้เลื่อนนัดพร้อมกับโดน อ.อร เหน็บเล็กน้อยว่าไม่ยอมตื่น ก็ดีเพราะว่าแอบภาวนาไว้เล็กๆว่าขอให้อย่าเพิ่งส่งวันนี้เลยเพราะว่ายังไม่พร้อมอ่ะ แล้วคำภาวนาก็เป็นจริง
บุญรักษา(เน็กซ์เขียนสิ่งดีๆของวันนี้เป็นครั้งที่2)
เน็กซ์ November 12 เขียนเรื่องดีๆวันละเรื่อง--->Startอภีษฎาบอกว่า ...(ไรวะเริ่มลืม) ดูก่อนนะ อ่อๆ บอกว่า "ให้ลองเขียนเรื่องดีๆอย่างน้อย 1 เรื่อง ทุกๆวัน "
สำหรับวันนี้เรื่องที่จะเขียนก็คือ การที่เปิดเมลล์มาแล้วได้เจอข้อความนี้ไง รู้สึกดีนะที่มีเพื่อนอย่างอภีษ นี่แหละเรื่องดีๆในวันนี้
บุญรักษา
เน็กซ์น้อยๆ November 11 Why me study Techno.Professor Haward Gardner say an array of different kinds of "intelligence" exists in human beings. Gardner identifies kinds of intelligences based upon eight criteria (ศ.การ์ดเนอ กล่าวว่า มนุษย์มีความฉลาดแตกต่างกันไปในแต่ละด้านประกอบไปด้วย 8 ด้าน)
เดิมมี 7 ข้อนะ สักพักข้อ 8 และ 9 เริ่มเกิด ส่วน 10,11,12 กำลังอยู่ในช่วงการวิจัยเพราะเกิดยากมากในปัจจุบัน
1.Varbal/Linguistic = ด้านคำศัพท์และภาษา
---> ภาษาอังกฤษดรัณภพไม่เคยได้ 4 หรือ A เลยตั้งแต่เกิด แม้ว่าภาษาไทยจะดีแต่ก็ไม่ชอบอยู่ดี
2.Logical /Mathmatic = ด้านตรรกะและคำนวณ
---> ชอบแต่รู้สึกว่ามันคือการบังคับและฝังใจที่เพื่อนสมัยมัธยมแข่งขันแบบเอาเป็นเอาตายเพื่ออวดว่ามันเก่งกัน แต่ดรัณนั่งเฉยๆไม่สนใจ
3.Musical / Rhythmic = ด้านดนตรีและจังหวะ
---> เกลียดที่สุดไม่ชอบรำคาญหนวกหู ปีนึงมีเพลงฟังเข้าหูไม่เคยเกินสิบเพลงสักที ยิ่งดนตรีบรรเลงไม่ชอบเล้ยจริงๆจะบรรเลงทำไมไม่มีเนื้อฟังทำไม
4.Body/Kinesthetic = ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว
---> ด้วยสรีระที่อวบแต่กำเนิดเบื่อกีฬาทุกประเภท แม้จะพยายามเล่น แบด,ว่ายน้ำ,วิ่ง แต่ทุกอย่างทำเพื่อสุขภาพทั้งนั้น
5.Visual/Spitial=ด้านภาพและมิติสัมพันธ์
--->พอจะถนัดที่สุดเพราะวันๆดูแต่รูปไม่อ่านหนังสือ ผ่าน
6.Interpersonal=ด้านมนุษยสัมพันธ์(รวมถึงการเป็นผู้นำ)
---> เบื่อผู้คนเกลียดการตอแหลคนในสังคม เห็นมามากคลุกคลีกะผู้หญิงมากไปมั้ง 555
7.Intrapersonal=ด้านความเข้าใจตนเองการรู้ตน ความเป็นนักคิด
--->ไม่เคยเข้าใจตัวเองเพราะอารณ์ขึ้นลงทุกวินาที ใครที่อยู่ใกล้คงรู้ บอกว่าสิบโมงจะไปพอสิบโมงก็อาจจะไม่ไปเพราะขี้เกียจ
8.Naturalist=ด้านธรรมชาติ
--->ก็ชอบนะ แต่เพื่อตัวเองสบายมากกว่า ไม่ชอบลำบากเพราะธรรมชาติบางทีก็ทำให้เราลำบาก
9.Spirtual/Existential=ด้านการคิดใคร่ครวญและการดำรงชีวิต
--->ไม่ชอบคิดอะไรมาก ปวดหัว ไมเกรนขึ้น
10.Moral=ด้านจริยธรรมคุณธรรม
---> ไร้อย่างยิ่ง ปัจจุบันยังดูหนังโป๊อยู่เร้ย ถ้ามีคุณธรรมแล้วทำให้ลำบากบางทีก็ต้องยอมตัดคุณธรรมข้อนั้นออกไปบ้าง
11.The Mental Searchlight Intelligence=การมองเห็นภาพรวมและภาพกว้างของสังคม
---> เอาตัวเองให้รอดก่อนมองชาวบ้าน(อย่าเสือกเรื่องชาวบ้านนั่นเอง)
12.The Laser Searchlight Intelligence=ผู้สร้างความก้าวหน้าให้สังคมได้
--->เหมือนข้อ 11
ศ.การ์ดเนอร์ บอกว่า มนุษย์ต่างกันบางคนอาจมีหลายด้าน ขณะที่บางคนอาจมีด้านเดียว ซึ่งไม่แปลก เราเองมีด้านที่5 ซึ่งคิดว่าเลือกเรียนโสต ถูกแล้ว เป็นงานไม่ต้องใช้สมอง(แต่ทำไมตอนนี้ต้องใช้เยอะจังวะ) ใช้กำลัง(ตอนนี้ไม่ได้ใช้เลยว่ะ ฟีบหมดแล้ว...ทองแดงด้วย 555) อีกเหตุผลก็คือ ทั้งพระเจ้าอยู่หัวและแม่ของข้าพเจ้า มีอาวุธประจำกายติดตัว(พระวรกาย)อยู่สิ่งหนึ่งนั่นก็คือ กล้องถ่ายรูป ซึ่งเราก็ชอบมากด้วยก็เลยเลือกเรียน...แม้ว่าจะถ่ายไม่ได้เรื่องก็ตาม อิๆ
บุญรักษา
เน็กซ์น้อยๆ
November 03 ที่มาของ next_candเขียน Space ไม่ได้หวังว่าจะให้ใครเข้ามาดูหรือว่ามาเม้นต์อะไรทั้งนั้น คงเหมือนไดอารี่เล่มนึงเท่านั้นเพียงแต่เราคงชอบการพิมพ์มากกว่าการเขียนเพราะว่ามันเร็วกว่ากันหลายเท่านัก พยายามแล้วว่าจะไม่คิดถึง ไม่ใส่ใจถ้าผ่านมาก็ให้ผ่านไป อารมณ์เดียวกับการเลิกยาเลยว่ะ...คิดแต่เรื่องงาน เรื่องทุน ทุกครั้งที่เจอกันมีแต่เราที่เดินเข้าไปทักแล้วก็หน้าแตกกลับมาทุกครั้งเหมือนว่า มาทักทำไม ไม่ได้อยากให้มาทัก และทุกครั้งที่ความรู้สึกว่าเราเป็นส่วนเกินเกิดขึ้นและคิดได้ว่าเลิกซะ ทำไปไม่มีประโยชน์...ผลคือ อยู่ๆกลับมาหาแล้วก็มาทักทาย แล้วคำว่า "อภัย" ก็เกิดขึ้นเสมอเมื่อกำลังใจแรงนั้นกำลังจะดับลง เปรียบเหมือนตะเกียงกำลังจะดับ เราต้องการให้มันดับ แต่อยู่ก็มีเด็กน้อยๆ เล่นน้ำมันตะเกียงสาดมาโดน เลยเป็นผลบุญทำให้เทียนนั้นไม่ดับ ซึ่งเกิดจากความไม่ตั้งใจนั่นเองไม่ใช่เพราะความเต็มใจหรอก แต่ใครจะรู้ว่าแสงเทียนน้อยๆดวงนั้นมันรอความหวังจากน้ำมันตะเกียงอยู่ตลอดเวลา รอให้เด็กน้อยมาตักด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่จากการสาดเล่น ...แค่สักวินาทีเดียวก็พอใจ
คนๆนึงทำให้เจ็บมานานกว่า 8 ปี เจ็บปีนึงมากกว่า 365 ครั้ง แต่ทุกวินาทีใน 8 ปี เราพร้อมที่จะให้อภัยเค้าเสมอ...งงเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไม ไม่ใช่ตัวหรือสันดานของเน็กซ์น้อยๆเลยนะ...ทำไมทนอยู่ได้
ปล.หลายคนบอกว่าเราขี้น้อยใจ...ก็อาจจะจริง เพราะส่วนมากเราใช้สูตรนี้ "สิ่งที่เราทำให้คนรอบข้าง-สิ่งที่คนรอบข้างทำให้เรา=ความต้องการ" ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าออกมาติดลบอาการน้อยใจก็จะเกิดขึ้นและพูดได้ว่าทุกครั้งเป็นอย่างงั้น ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างงานรับปริญญา เป็นต้น...หวังไว้มากๆว่าคงเป็นวันที่ดีที่สุด แต่เป็นวันที่ผิดหวังที่สุด เพราะ...ช่างมันเหอะไม่อยากพูดแระ เจ็บเปล่าๆ |
|
|